#1 ทำไมแบตเตอรี่จึงถูกเพ่งเล็ง?
ญี่ปุ่นกำลังปรับยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Lithium-ion Battery (LIB) ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดย METI อ้างประมาณการว่าตลาดจะเพิ่มจาก 23 ล้านล้านเยนในปี 2025 เป็น 46 ล้านล้านเยนในปี 2035 หรือประมาณ 2 เท่า
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มยอดขายธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดโลกจาก ต่ำกว่า 2 ล้านล้านเยน เป็นประมาณ 6 ล้านล้านเยนภายในปี 2035 หรือประมาณ 3 เท่า
ประเด็นที่น่าจับตามอง
- ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แตะประมาณ 46 ล้านล้านเยนในปี 2035
- ญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มยอดขายธุรกิจแบตเตอรี่ของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดโลกเป็น 3 เท่าภายในปี 2035
- จากยอดขายปัจจุบัน ต่ำกว่า 2 ล้านล้านเยน จะพุ่งสู่ ประมาณ 6 ล้านล้านเยนได้ไหม

# 2 ทำไมความต้องการถึงเพิ่มขึ้น?
“หนึ่งในแรงขับเคลื่อนใหม่ของตลาดแบตเตอรี่คือ AI Data Center และ AI Robotics”
METI ระบุถึงความต้องการ comprehensive energy storage solutions ที่เพิ่มขึ้นจาก AI Data Center ขณะที่ AI Robotics ก็ต้องการแบตเตอรี่ที่สามารถรองรับการทำงานที่ใช้พลังงานและกำลังสูง
ขณะที่ AI Robotics ต้องการแบตเตอรี่ที่มีทั้ง Energy Density และ Power Density สูง เพื่อรองรับการเคลื่อนที่ การทำงานของมอเตอร์ และการคายประจุในระดับกำลังสูง
Demand เหล่านี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง “ความจุแบตเตอรี่” แต่ต้องการ Power, Safety, Reliability และ Lifetime ที่สูงขึ้น
#3 ทำไมญี่ปุ่นต้องเร่งลงทุน?
ตลาดแบตเตอรี่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน ปริมาณและราคา ไปสู่การแข่งขันด้าน เทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่ม
ญี่ปุ่นจึงต้องการใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เพื่อแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แทนที่จะมุ่งแข่งขันด้านปริมาณเพียงอย่างเดียว
การแข่งขันจึงขยายจาก Energy Density ไปสู่ปัจจัยอื่น เช่น
- Power Density
- Safety
- Cycle Life
- Temperature Resistance
- Fast Charging / Discharging
- Energy Management
นี่ทำให้ตลาดอย่าง AI Data Center, AI Robotics และ Stationary Energy Storage ที่เน้น ผลิตเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับยุทธศาสตร์แบตเตอรี่ของญี่ปุ่น
#4 ทำไมต้องกระจายออกจาก EV?
EV ยังคงเป็นตลาดหลักของแบตเตอรี่ แต่ตลาดโลกกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งด้านราคา กำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตจากหลายประเทศ
ขณะเดียวกัน นโยบายสนับสนุน EV ของแต่ละประเทศก็มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การคาดการณ์ Demand ในระยะยาวมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ญี่ปุ่นจึงต้องการขยายโอกาสไปยังตลาดอื่น เช่น
- AI Data Center
- AI Robotics
- Stationary Energy Storage
- Power Supply Systems
เพื่อสร้าง ตลาดที่หลากหลายขึ้น และลดการพึ่งพาการแข่งขันในตลาด EV เพียงอย่างเดียว
#5 แล้วญี่ปุ่นจะเอาชนะการแข่งขันอย่างไร?
รัฐบาลยังคงเป้าหมายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ภายในประเทศไว้ที่ 150 GWh และขยายกรอบเวลาเดิมจากไม่เกินปี 2030 เป็นช่วง ปี 2030–กลางทศวรรษ 2030 เพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มการสนับสนุนด้านโรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนา รวมถึงความร่วมมือกับต่างประเทศ
เป้าหมายจึงไม่ได้มีเพียงการ “ผลิตแบตเตอรี่ให้มากขึ้น” แต่เป็นการสร้าง Battery & Power Industry Ecosystem ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
รวมถึงเทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญสำหรับแบตเตอรี่ยุคถัดไป โดยเฉพาะด้าน ความปลอดภัย Energy Density และประสิทธิภาพการทำงาน

ใส่ความเห็น