ยุโรป

“Wool” กำลังกลับมา ตลาด Natural Fiber กลับมาเป็นสินค้ามูลค่าสูง

 หลังราคาขนแกะในนิวซีแลนด์แตะระดับสูงสุดในรอบประมาณ 15 ปี ขณะที่แบรนด์แฟชั่นและสิ่งทอเริ่มให้ความสำคัญกับเส้นใยธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติด้าน Sustainability มากขึ้น

#1 ทำไมขนแกะถึงกลับมาเป็นที่สนใจ?

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ขนแกะเผชิญการแข่งขันจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น Polyester และ Nylon ซึ่งสามารถผลิตในปริมาณมากและตอบโจทย์ด้านต้นทุน

แต่ปัจจุบันผู้บริโภคและแบรนด์จำนวนหนึ่งให้ความสนใจกับวัสดุธรรมชาติ ขณะเดียวกัน Woolmark ระบุว่าขนแกะกำลังถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเสื้อผ้าแบบดั้งเดิม โดยมีการนำ Merino wool ไปใช้ใน Performance Wear (เสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานได้ดีในสภาวะเฉพาะ), Activewear (เสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหว), Technical Textile (สิ่งทอที่ถูกออกแบบโดยมีคุณสมบัติทางเทคนิค เช่น ผ้าบุภายในรถ หรือวัสดุกรอง ) และ Interior Textile (สิ่งทอสำหรับตกแต่ง) มากขึ้น

จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงจากอุตสาหกรรมกำลังพยายามเปลี่ยน Wool จาก “สินค้าโภคภัณฑ์” ให้กลายเป็น High-value Material หรือ การมอง Wool กว้างขึ้นเป็น วัสดุที่มีคุณสมบัติและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 

 

#2 ทำไม Supply ของ Wool ถึงตึงตัว?

ปัจจัยสำคัญคือ จำนวนแกะและปริมาณการผลิตขนแกะลดลงในหลายประเทศผู้ผลิต

นิวซีแลนด์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน จากจำนวนแกะที่เคยมากกว่า 70 ล้านตัวในช่วงทศวรรษ 1980 ปัจจุบันเหลือประมาณ 23 ล้านตัว เมื่อราคาขนแกะตกต่ำในอดีต เกษตรกรจำนวนหนึ่งลดจำนวนฝูง เพราะต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น ทำให้อุปทานของขนสัตว์ลดลงในระยะยาว

ข้อมูลอุตสาหกรรมของ Woolmark ก็สะท้อนแนวโน้มการลดลงของ Global Wool Production โดยประมาณการว่าผลผลิตโลกในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 1.9 พันล้านกิโลกรัม และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในหลายประเทศผู้ผลิต

ดังนั้นตลาดจึงกำลังเจอสถานการณ์ Supply ลดลง แต่ Demand สำหรับ Natural Fiber บางกลุ่ม ทำให้ราคามีแรงสนับสนุนมากขึ้น

 

#3 ทำไมแบรนด์ถึงกลับมาใช้ Wool?

หนึ่งในเหตุผลคือ Wool ไม่ได้แข่งขันด้วย “ราคา” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Merino wool มีคุณสมบัติที่สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ Performance เช่น การควบคุมอุณหภูมิ การจัดการความชื้น การป้องกันกลิ่น การระบายอากาศ ความสบาย รวมถึงความทนทาน

Woolmark รายงานว่า Merino wool กำลังถูกนำไปใช้ในตลาด Activewear และ Performance Wear มากขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับกีฬาและกิจกรรมที่ต้องการคุณสมบัติด้านการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น จึงเกิดโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม

 

#4 แล้ว Sustainability มีบทบาทอย่างไร?

Wool เป็นเส้นใยธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้ ซึ่งทำให้มีจุดขายที่แตกต่างจากเส้นใยสังเคราะห์ที่ผลิตจากวัตถุดิบฟอสซิล

อย่างไรก็ตาม Wool =  Carbon Footprint เพราะการผลิต Wool ยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การเลี้ยงสัตว์ การใช้ที่ดิน และ Methane Emissions

ดังนั้นอุตสาหกรรมกำลังหันมาให้ความสำคัญกับ การวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นระบบ มากขึ้น โดย Woolmark มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของ Wool และมีโครงการ Woolmark+ (โครงการสำหรับความยั่งยืนของ The Woolmark Company ที่นำไปสู่อุตสาหกรรม ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียน) ตลอดสนับสนุนการลด Emissions (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) 

 

#5 แล้วอุตสาหกรรม Wool จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร?

ถ้า Wool ขายเป็น Raw Material อย่างเดียว การแข่งขันจะยังอยู่ที่ ราคา แต่ถ้านำ Technology มารวมกับ Design และกระบวนการที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เช่น ชุดกีฬา อุปกรณ์กลางแจ้ง สินค้าหรู หรือ ของตกแต่งภายใน

Woolmark เองกำลังผลักดันนวัตกรรมของ Merino wool ในหลายตลาด เช่น เสื้อถัก หรือ แฟชั่นและการออกแบบ ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันของ Wool กำลังขยับจาก “วัตถุดิบ” ไปสู่ “ตลาดที่มีคุณสมบัติเฉพาะ”

 

อ้างอิง

International Wool Textile Organisation (IWTO); IWTO Congress 2026
ข้อมูลจากงาน IWTO Congress 2026 ระบุว่า การฟื้นตัวของราคาขนสัตว์มีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่าการฟื้นตัวเพียงชั่วคราว โดยราคาขนสัตว์ประเภท Strong Wool ในสหราชอาณาจักรและนิวซีแลนด์กลับมาอยู่เหนือระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาด ขณะที่ขนสัตว์ Merino ขนาด 19 ไมครอนเพิ่มขึ้น 39% และขนสัตว์ Crossbred ขนาด 28 ไมครอนเพิ่มขึ้น 75% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024
อ่านข้อมูลจาก IWTO

The Woolmark Company; Woolmark Puts Merino Wool Innovation Centre Stage at Pitti Filati
ในเดือนมิถุนายน 2026 Woolmark นำเสนอ Merino Wool ในฐานะ เส้นใยธรรมชาติที่มีสมรรถนะสูง โดยนำเสนอการใช้งานตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมและกีฬา ไปจนถึงสิ่งทอสำหรับการตกแต่งภายใน สะท้อนการขยายบทบาทของขนสัตว์จากสิ่งทอแบบดั้งเดิมไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เน้นทั้งสมรรถนะ การออกแบบ และนวัตกรรม
อ่านข่าวจาก Woolmark

The Woolmark Company; Woolmark Performance Innovation
ในปี 2026 Woolmark ยังคงขยายการใช้งาน Merino Wool ไปยังตลาดกีฬาและเสื้อผ้าสมรรถนะสูง โดยร่วมมือกับแบรนด์กีฬาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ขนสัตว์ Merino 100% ซึ่งสะท้อนว่าขนสัตว์กำลังถูกนำมาใช้ในตลาดที่เดิมพึ่งพาเส้นใยสังเคราะห์เป็นหลักมากขึ้น
อ่านข่าวจาก Woolmark

International Wool Textile Organisation (IWTO); The Green Book: Wool’s Environmental Story
IWTO ระบุว่าโครงการ Green Book มีเป้าหมายสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของขนสัตว์ และพัฒนาวิธีการประเมินเส้นใยธรรมชาติให้เหมาะสมกับลักษณะของวัสดุชีวภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ตลาดสามารถประเมินและให้คุณค่ากับคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมของขนสัตว์ได้ดีขึ้น
อ่านข้อมูลจาก IWTO

Financial Times; The battle to create the world’s finest wool
Financial Times รายงานว่าตลาดแฟชั่นระดับหรูให้ความสำคัญกับคุณภาพของเส้นใยขนสัตว์ที่ละเอียดมากขึ้น โดยแบรนด์ระดับโลกแข่งขันกันพัฒนาและจัดหา Merino Wool ที่มีขนาดเส้นใยละเอียดเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนว่าความละเอียด คุณภาพ และคุณสมบัติของเส้นใยกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าในตลาดสินค้าหรู
อ่านบทความ Financial Times

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เลือกดูตามภูมิภาค

เอเชีย ยุโรป แอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ออสเตเรียและโอเชเนีย แอนตาร์กติกา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ